รวมยาแต้มสิวตัวเด็ด ลดสิวได้ภายในข้ามคืน

      ในปัจจุบันนี้มีวิธีลดสิวมากมาย แต่วิธีไหนกันล่ะที่จะทำที่จะใช้แล้วได้ผลจริง เพราะปัญหาสิวนั้นเป็นปัญหาคู่ใจกับสาวๆเลยก็ว่าได้ เพราะเพียงแค่เราล้างหน้าไม่สะอาด ลืมล้างหน้า หน้ามัน เราก็เป็นสิวแล้ว และคงเป็นปัญหาที่หนีไปไม่ได้ วันนี้เราจึงมีบทความรวมยาแต้มสิวตัวเด็ด ลดสิวได้ภายในข้ามคืน มาฝากสาวๆกัน เผื่อที่จะได้เป็นตัวเลือกให้แก่สาวๆ ได้ไปเลือกซื้อกัน

1. ยาแต้มสิว : Philosophy Clear Days Ahead
     ยาแต้มสิวจากแบรนด์ Philosophy ตัวนี้ก็ช่วยทำให้สิวยุบได้เร็ว รวมไปถึงช่วยลดสิวอักเสบด้วย ถือเป็นสูตรที่ช่วยลดแบคทีเรียและต้านจุลชีพ สาเหตุของการเกิดสิวได้ดีทีเดียว อีกทั้งยังมี Salicylic acid มาช่วยลดสิว ทำให้ผิวสะอาดลึกถึงรูขุมขนอีกด้วย ตัวนี้ใช้แล้วจะช่วยฟื้นฟูผิวได้ดี แถมยังทำให้รอยสิวดูจางลงได้อีก

2. ยาแต้มสิว : Eucerin Pro ACNE Solution A.I. Clearing Treatment
     ยาแต้มสิวจาก Eucerin ตัวนี้ เรียกได้ว่าเป็นยาแต้มสิวอันดับหนึ่งในใจคนเป็นสิวตลอดกาลเลย เพราะสามารถจัดการปัญหาสิวอุดตันได้ถึงต้นตอของการเกิดสิวเลยทีเดียว โดยยาแต้มสิวตัวนี้มีส่วนผสมของ 10% Hydroxy Acid ที่ช่วยสลายความมันและสิ่งอุดตันได้ถึงร่องรูขุมขน พร้อมผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยน จึงทำให้ลดสิวอุดตันได้จริง ช่วยให้ผิวเรียบเนียนขึ้นแบบเห็นผลใน 7 วันเลย ที่สำคัญยังมาพร้อมกับ นวัตกรรม A.I. Innovation ด้วยสารสกัดจากธรรมชาติลิโคชาลโคน ลดอาการอักเสบ ลดการระคายเคือง ช่วยฟื้นบำรุงผิวอ่อนแอจากการเป็นสิวให้กลับมาแข็งแรง ไม่แห้งลอก และไม่ไวต่อการเกิดสิวซ้ำด้วย ใครที่มีผิวบอบบางแพ้ง่ายก็ใช้ได้ เพราะผ่านการทดสอบการแพ้จากผู้เชี่ยวชาญแล้ว ประสิทธิภาพดีขนาดนี้ แนะนำเลยว่าคนเป็นสิวทุกคนต้องมี หาซื้อได้ง่ายๆ ที่ร้าน วัตสัน บู๊ทส์ อีฟแอนด์บอย ร้านขายยาชั้นนำทั่วไป หรือ www.Eucerin.co.th เลย

3. ยาแต้มสิว : ORIGINS Spot Remover™ Anti-Blemish Treatment Gel
     ยาแต้มสิว จากแบรนด์ ORIGINS ตัวนี้ช่วยลดสิว ทำให้สิวยุบได้ภายในเวลาอันรวดเร็วเลย ด้วยส่วนผสมของ Salicylic acid นั่นเอง อีกทั้งยังมีส่วนผสมของ Caffeine และ Red algae อีกด้วยนะ ใช้แล้วจะช่วยปลอบประโลมผิว ลดอาการระคายเคือง รวมไปถึงยังช่วยลดการอุดตันรูขุมขน กำจัดน้ำมันส่วนเกิน และช่วยลดรอยสิวได้อีกด้วย 

4. ยาแต้มสิว : Kiehl’s Breakout Control Targeted Blemish Spot Treatment
     ยาแต้มสิวจากแบรนด์ Kiehl’s ตัวนี้เป็นแบบเนื้อครีม สามารถช่วยทำให้สิวยุบได้ภายในเวลา 24 ชั่วโมงเลย รวมไปถึงยังช่วยลดรอยสิวต่างๆได้ดีอีกด้วย โดยมีส่วนผสมของซัลเฟอร์ และวิตามินบี 3 ใช้แล้วตัวครีมซึมลงสู่ผิวได้เร็วและเข้าไปยับยั้งการเกิดสิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งตัวนี้ยังสามารถช่วยจัดการกับปัญหาสิวที่เกิดขึ้นกับผิวร่วงโรยในวัยผู้ใหญ่ได้ดีอีกด้วย

5. ยาแต้มสิว : Proactiv Emergency Blemish Relief
     ยาแต้มสิวจากแบรนด์ Proactiv ตัวนี้สาวๆหลายคนคงรู้จักกันดีในตอนที่สาวฮอตอย่าง Kendall Jenner นำมารีวิวในฐานะพรีเซนเตอร์ของแบรนด์ ซึ่งสาว Kendall เองก็เคยประสบปัญหากับเจ้าสิวตัวร้ายบนใบหน้ามาเช่นเดียวกัน โดยยาแต้มสิวตัวนี้มีส่วนผสมของ Micro-crystal Benzoyl Peroxide 5% ที่มีอนุภาคเล็กมาก ทำให้ซึมลงสู่ผิวได้เร็ว ใช้แล้วจะช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ลดการอักเสบของสิว ทำให้สิวยุบเร็ว อีกทั้งยังช่วยลดความมัน กระชับรูขุมขัน และไม่ทำให้เกิดสิวใหม่ด้วย

วิธีมัดใจให้พนักงานอยู่กับองค์กรไปนานๆ 5 วิธี

      ทุกวันนี้ตามองค์กรต่างๆ ก็อยากได้พนักงานที่ดี พนักงานที่เก่ง เมื่อองค์กรของพวกเขาเหล่านั้นพบเจอกับพนักงานดีๆ แล้ว พวกเขาก็ไม่อยากที่จะต้องเปลี่ยนพนักงานใหม่บ่อยๆ เพราะพนักงานที่ดี ที่เก่งนั้นไม่ได้หาง่ายนัก องค์กรจึงจำเป็นที่จะต้องดูแลเทคแคร์พนักงานที่มีความเหมาะสมกับองค์กรบ้าง และสิ่งที่ยากกว่าก็คือการมัดใจพนักงานเหล่านั้นให้อยู่กับองค์กรไปนานๆ เราจึงได้จัดทำบทความที่นำเสนอหลักการ 5 R’s ที่จะมาช่วยรักษาความสัมพันธ์ของพนักงานให้อยู่กับองค์กรไปนานๆ 5 R’s วิธีมัดใจให้พนักงานอยู่กับองค์กรไปนานๆ 5 วิธี จะมีอะไรบ้าง มาดูกันเลย

วิธีมัดใจพนักงาน 5 วิธี

1.Respect – เคารพในการตัดสินใจ
      แจ็ค หม่า (Jack Ma) เคยกล่าวไว้ว่า “โลกนี้จำไม่ได้หรอกว่าคุณพูดอะไรไป แต่จะไม่ลืมสิ่งที่คุณทำ” พนักงานในองค์กรก็เหมือนกัน ถ้าคุณปฏิบัติกับเขาดีเคารพในการตัดสินใจของเขา หรือชื่นชมในผลงาน จะทำให้เขารู้สึกประทับใจ และสร้างความรู้สึกที่ดีต่อองค์กร

2. Responsibility – ความรับผิดชอบ
      การมอบหมายงานที่มีความสำคัญต้องใช้ความรับผิดชอบเป็นวิธีที่จะทำให้พนักงานรู้สึกว่าหัวหน้างาน หรือองค์กรไว้วางใจ เชื่อมั่นในความสามารถของเขา และยังเป็นโอกาสที่จะใช้เป็นตัวชี้วัดในการเลื่อนตำแหน่งได้อีกด้วย

3. Revenue-sharing – ได้รับผลตอบแทนจากการลงทุน
      การทำงานประจำนั้นก็คือการที่พนักงานของเรา ลงทุนในองค์กรโดยคาดหวังว่าจะมีอนาคตที่ดี ซึ่งในหลายๆองค์กร มีการมอบหุ้นให้พนักงานที่มีการทำงานมาเป็นระยะเวลาหนึ่ง หรือเรียกว่า Employee stock ownership plan (ESOP) ทำให้เขารู้สึกว่านี้คือองค์กรของเขา และอยากร่วมพัฒนาต่อไป หรือจะเป็นโบนัสหากทำงานได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ก็ได้

4. Reward – รางวัล
      การที่พนักงานทำงานได้ดีมีประสิทธิภาพบางครั้งก็หวังที่จะได้รางวัลพิเศษบางซึ่งรางวัลในที่นี้ไม่ใช่แค่รางวัลที่เป็นเงินแต่อาจจะเป็นของที่มูลค่าทางใจ เช่น นาฬิกา พาไปเลี้ยงข้าว หรืออาจจะเป็นการ์ดอวยพรที่เขียนด้วยลายมือ นอกจากจะทำให้พนักงานมีความรู้สึกดีๆ แล้วยังสร้างวัฒนธรรมที่ดีให้กับองค์กรอีกด้วย

5. Relaxation Time – เวลาพักผ่อน
      เรื่องสุดท้ายที่สำคัญที่สุดคือเวลาพักผ่อน การที่พนักงานจะทำงานได้ดี หรือทำให้ได้ใจพนักงานที่ทำงานได้ดีนั้น องค์กรควรมีจำนวนวันหยุดที่เพียงพอให้กับพนักงาน เช่น วันลาพักร้อน ลาป่วย และควรมีช่วงเวลาที่ให้ได้พักระหว่างวัน (Mini-break) หรือกิจกรรมที่ให้พนักงานได้ผ่อนคลาย (Team-building activities) เพื่อให้ผ่อนคลายและสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ (Productive)

สรุป
      จากทั้ง 5 ข้อที่ได้กล่าวมานี้ เราเชื่อว่าอาจจะมีบางองค์กรเริ่มทำแล้ว แต่สิ่งที่ควรมีเพิ่มเติมมากกว่า วิธีมัดใจให้พนักงานอยู่กับองค์กรไปนานๆ 5 วิธี ก็คงจะเป็นความเข้าใจสิ่งที่พนักงานแต่ละคนต้องการ ต้องเข้าใจว่าพนักงานแต่ละคนนั้นไม่เหมือนกัน ซึ่ง วิธีมัดใจให้พนักงานอยู่กับองค์กรไปนานๆ 5 วิธี ของเรานั้นเป็นเพียงแนวทางที่อยากให้หลายๆองค์กรนั้นนำไปปรับใช้ตามความเหมาะสม

อยากทำงานให้เสร็จ ควรทำตามเทคนิคนี้

      หลายคนนั้นอาจจะรู้สึกว่าขี้เกลียดจัง การทำงานให้เสร็จนั้นเหมือนเป็นเรื่องที่ยากมากๆ คุณจึงอาจจะรอจนนาทีสุดท้ายก่อนที่จะเริ่มลงมือทำงาน เชื่อว่าใครหลายๆ คนต้องเคยเป็นอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะงานเล็กหรืองานใหญ่ หรืองานที่ไม่สามารถจัดการได้ คุณก็อาจจะขอเวลาก่อน ขอมีอารณ์ให้รู้สึกอยากทำก่อน จึงจะลงมือทำ จนกระทั่งถึงชั่วโมงสุดท้าย คุณจึงจะเริ่มทำมัน

      การทำงานให้เสร็จ ให้ทันเวลาเรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในปัญหาในการทำงาน ซึ่งใครๆ ก็ประสบปัญหานี้อย่างแพร่หลาย ทำงานเสร็จให้ทันเวลาถือเป็นหัวข้อสำคัญของการพัฒนาปรับปรุงอุปนิสัยส่วนตัวเลยทีเดียว เพราะไม่ว่าอ่านหนังสือเล่มไหนหรือเข้าคอร์สอบรมอะไร ต้องมีการพูดถึงลักษณะนิสัยนี้ว่าเป็นอุปสรรคอย่างหนึ่งในชีวิต ต้องรีบเลิกนิสัยแบบนี้ หรือไม่ก็บอกวิธีเลิกนิสัยนี้ให้ได้

      นโปเลียน ฮิล ผู้เขียนหนังสือ think and grow rich คู่มือพัฒนาตนเองที่โด่งดังและเขียนไว้เมื่อ 100 กว่าปีก่อนเคยบอกว่า นิสัยผัดวันประกันพรุ่งคือนิสัยแย่ๆ ที่ชอบผ่อนผันสิ่งที่ควรทำเมื่อวานซืนเอามาทำวันมะรืน คำว่าแม้เวลาจะผ่านมาแสนนาน และมีผู้ให้คำแนะนำนับไม่ถ้วน เราก็ยังมีปัญหานี้กันอยู่ ถ้าอยากทำงานให้เสร็จก่อนเดดไลน์ ต้องทำตามนี้

การวางกรอบเวลา

      วิธีการหนึ่งที่ใช้ได้ผลก็คือเทคนิคที่เรียกกันว่า การวางกรอบเวลา คือการวิธีการจัดการเวลา วางแผนการทำงานโดยกำหนดจำนวนชั่วโมง หรือจำนวนวันในการทำงาน เอาไว้อย่างแน่นอน เรียกว่าวางกรอบเวลาเพื่อทำกิจกรรมนั้นๆ ให้เสร็จเรียบร้อยภายในช่วงเวลาที่กำหนด

ตัวอย่างเช่น คุณอาจกำหนดให้ 2 ชั่วโมงต่อไปเป็นเวลาอ่านตำราให้จบตามที่อาจารย์สั่ง ช่วงสุดสัปดาห์เป็นเวลาเขียนนิยายให้ได้ 5,000 คำ ชั่วโมงแรกที่เข้างานเป็นเวลาติดต่อว่าที่ลูกค้า 5 ราย ช่วงเช้าถึงเที่ยงเป็นเวลากระทบยอดบัญชี 4 บัญชี ช่วงต้นชั่วโมงเรียนเป็นเวลาตรวจให้คะแนนรายงานทั้งหมด ช่วง 10 นาทีต่อไปเป็นเวลาอ่านอีเมล์ 10 ฉบับ หรืออีก 30 นาทีเป็นเวลาโทรติดต่อกลับ 4 ราย

นอกจากนี้ยังต้องกำหนดช่วงเวลาให้เหมาะกับงานด้วย ก็เวลาที่กำหนดควรมีเวลามากพอจะรู้สึกตื่นตัวตั้งใจทำงาน ถ้าเผื่อเวลามากไป คุณจะเอื่อยเฉื่อย แต่ถ้าให้เวลาไม่มากพอก็จะทำให้กดดันโดยไม่จำเป็น ความสมดุลจึงสำคัญ

เวลาพักนั้นจำเป็น

      คุณควรมีช่วงเวลาที่หยุดพัก เพื่อผ่อนคลายบ้าง เพราะการผ่อนคลายอาจจะทำให้งานของคุณนั้นสำเร็จได้มากขึ้น เพราะอาจจะคิดได้กว้างขึ้น โดยคุณอาจจะวางกรอบการทำงานช่วงละ 25 ถึง 50 นาที แล้วหยุดพักระหว่างแต่ละช่วงซัก 5 ถึง 15 นาที

ทำไมต้องวางกรอบเวลา

      การวางกรอบเวลาใช้ได้ผลดีเพราะช่วยเปลี่ยนโฟกัสจากตัวกิจกรรมไปเป็นเวลา ใส่กรอบเวลาทำหน้าที่เป็นตัวกำหนด กระตุ้นให้กลไกป้องกันตัวทำงาน เทคนิคนี้อาศัยกรอบเวลาช่วยสร้างความรับผิดชอบ

สาเหตุหลักที่มักจะทำไม่สำเร็จ

      คนทั่วไปมักใช้เทคนิคนี้ไม่สำเร็จ เพราะเขามักหวังสูงเกินหรือพยายามทำให้ได้มากเกินไปภายในตัวแปรที่จำกัด ถือเป็นแบบแผนที่บ่อนทำลายตัวเอง พูดง่ายๆว่า หากกำหนดกรอบไว้จำกัดจะไม่มีทางทำสำเร็จก็รับรองว่าต้องล้มเหลวแน่ ซึ่งหลายอย่างจะแก้ไขได้โดยวางกรอบเวลาให้ชัดพอเขียนรายงานสิ่งที่จะทำใส่กระดาษไว้ครบหมดแล้ว ให้จัดวางใส่กรอบเวลา กำหนดวันและเวลาสำหรับทำแต่ละอย่างให้อยู่ในกรอบแบบที่ไม่ฝืนตัวเองมากเกินไป

เทคนิคนี้มีเป้าหมายสร้างความรู้สึกกดดันหรือเครียดหน่อยๆ ชนิดที่ช่วยจูงใจและส่งผลบวก ความเครียดคือสิ่งที่ทำให้เลือดสูบฉีด กระตุ้นให้คุณทำงานเต็มที่ แต่ถ้าเครียดเกินควรคุณอาจจะทำผิดพลาดได้ สมดุลที่พอเหมาะจึงเป็นหัวใจสำคัญเช่นเคย ให้ลองปรับเปลี่ยนเวลาที่กำหนดหรือไม่ก็ปรับขอบเขตของงานดู เพียงเท่านี้คุณก็สามารถทำงานเสร็จได้โดยไม่ต้องกังวลเดดไลน์อีกต่อไป

คิดให้ดีก่อนเลี้ยงดู 5 สุนัขพันธุ์ดุ

    สุนัขนั้นได้ชื่อว่าเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของมนุษย์ มันพร้อมจะอยู่กับเราได้ตลอดเวลา ทั้งเวลาเศร้า เวลาเหงา หรือมีความสุข แต่ในช่วงที่ผ่านๆ มา เราอาจจะได้ยินข่าวไม่ค่อยดีนัก เกี่ยวกับสุนัขว่ามีการทำร้ายเจ้าของ ทำร้ายร่างกายเด็กๆ และบางรายอาจรุนแรงจนถึงขนาดเสียชีวิต ซึ่งในความเป็นจริง ภายใต้พฤติกรรมที่ก้าวร้าวเหล่านั้น อาจมีเหตุผลหลายๆ อย่าง สายพันธุ์ของสุนัขก็ถือเป็นอีกเหตุผลหนึ่ง เพราะสุนัขแต่ละสายพันธุ์ มีนิสัยและพฤติกรรมที่แตกต่างกัน เหมือนกับ 5 สุนัขพันธุ์ดุ ที่ควรคิดให้ดีก่อนการนำมาเลี้ยงดู ได้แก่

    1. ฟิล่า บลาเซิลเรียโร (Fila Brasileiro) ได้ชื่อว่าเป็นสุนัขพันธุ์ดุที่สุดในโลก สายพันธุ์เดิมเป็นสุนัขพื้นเมืองของบราซิล ใช้เลี้ยงเพื่อขับไล่สัตว์ป่าอย่างเสือและหมี ต่อมาได้มีการผสมข้ามสายพันธุ์ จึงทำให้  ฟิล่า บลาเซิลเรียโร เป็นสุนัขที่มีพละกำลังมาก ปราดเปรียว ว่องไว เป็นสุนัขล่าเนื้อ จึงไม่เหมาะอย่างยิ่งแก่การเลี้ยงเป็นสุนัขบ้าน

    2. อเมริกัน พิทบูลเทอร์เรียร์ (American Pit Bull Terrier) เป็นสุนัขที่มีความแข็งแรง รูปร่างสันทัด กล้ามเนื้อตัวเป็นมัดๆ มีสัญชาติญาณนักล่าและมีความดุร้าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับสุนัขตัวอื่นๆ ผู้ที่เลี้ยงสุนัขประเภทนี้จะต้องมีความเป็นผู้นำสูง มีลักษณะเหมือนจ่าฝูงให้สุนัขยำเกรง โดยจะต้องสามารถควบคุมและสั่งการได้

    3. ร็อตไวเลอร์ (Rottweiler) เป็นสุนัขที่ได้ยินข่าวค่อนข้างบ่อยเกี่ยวกับการทำร้ายเด็กและเจ้าของ สุนัขประเภทนี้มีรูปลักษณ์ภายนอกที่แข็งแรง กำยำ สูงใหญ่ มีความดุร้ายและหวงแหนเจ้าของและอาณาเขต ไม่ชอบเด็ก ซึ่งผู้ที่จะมาเป็นเจ้าของสุนัขประเภทนี้ได้นั้นจะต้องเข้าใจอุปนิสัย ศึกษาพฤติกรรมโดยละเอียด และมีความเป็นผู้นำสูง มีวินัยเพียงพอให้สุนัขเคารพยำเกรง

    4. สแตฟเฟอร์ดไชร์ บูล เทอร์เรียร์ (Staffordshire Bull Terrier) เป็นสุนัขที่มีใบหน้าดุ แต่ชอบประจบเอาใจเจ้าของ แต่เดิมสุนัขสายพันธุ์นี้ใช้เพื่อการแข่งขันกัดสุนัข สแตฟเฟอร์ดไชร์ บูล เทอร์เรียร์ จึงเต็มเปี่ยมไปด้วยเลือดนักสู้ มีร่างกายที่แข็งแรง ทรงพลัง แต่พึงระลึกไว้เสมอว่าผู้ที่จะเป็นเจ้าของสุนัขพันธุ์นี้ จะต้องมีความรับผิดชอบสูง และห้ามปล่อยสุนัขเดินโดยไม่มี สายจูงในที่สาธารณะโดยเด็ดขาด

    5. บูล เทอร์เรียร์ (Bull Terrier) ด้วยใบหน้าและรูปร่างที่เป็นเอกลักษณ์ มีความกำยำ แข็งแรง จึงเป็นสุนัขยอดนิยมของหลายๆ ครอบครัว ซึ่งในอดีตสุนัขพันธุ์นี้ก็ใช้เพื่อการแข่งขันกีฬากัดสุนัขเช่นเดียวกัน หากแต่มีความแตกต่างจากสุนัขพันธุ์ดุอื่นๆ คือเป็นสุนัขที่รักเด็ก แต่จะก้าวร้าวกับผู้ที่รุกล้ำอาณาเขตและสุนัขเจ้าถิ่นอื่นๆ