กินฟักทองอย่างไรให้เกิดประโยชน์

ฟักทอง  เป็นพืชจำพวกไม้เถาขนาดใหญ่ ผิวมีลักษณะตะปุ่มตะป่ำ เนื้อในสีเหลืองนุ่ม มีเม็ดสีขาวแบนๆติดอยู่ ซึ่งแต่ละส่วนของ “ฟักทอง” มีคุณประโยชน์ทางมากหมายถึงมีฤทธิ์ทางยามากมาย แม้ทานฟักทองอีกทั้งเปลือก จะสามารถกระตุ้นการหลั่งอินซูลินภายในร่างกาย ซึงช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด คุ้มครองการเกิดโรคเบาหวาน ความดันเลือด บำรุงตับ บำรุงไต บำรุงดวงตา แล้วก็สร้างเซลล์ใหม่ตอบแทนเซลล์ที่ตายไป ให้ดำเนินการได้อย่างมีคุณภาพมีประโยชน์อย่างไร

ฟักทอง ปลูกได้ไม่ยากด้วยตัวเอง

ผักสวนครัวพื้นเมืองชนิดนี้ที่พวกเราทุกคนต่างรู้จัก รวมทั้งรู้จักกันอย่างดีเยี่ยม มีการใช้ฟักทองสำหรับในการปรุงอาหารเยอะแยะ ทั้งยังกับข้าว ขนม รวมทั้งเครื่องดื่ม หรือจะต้มรับประทานเล่นๆเป็นของหวาน ของกินลดความอ้วนก็เลิศไปเลย ในเวลานี้เริ่มมีคนนิยมหันมาปลูกฟักทองไว้รับประทานเองที่บ้าน วันนี้พวกเราเลยจะพามือใหม่ฝึกฝนปลูกฟักทองมาเตรียมพร้อมกัน เริ่มตั้งแต่จำพวกฟักทองมีอะไรบ้าง การตระเตรียมก่อนปลูก วิธีการปลูก ไปจนกระทั่งกรรมวิธีดูแลจะต้องทำยังไงบ้าง กระปุกดอทคอมได้เก็บรวบรวมมาไว้ให้ท่านแล้ว ตามไปดูพร้อม – ใบอ่อน มีวิตามินเอสูงพอๆกับเนื้อฟักทอง แต่ว่ามีแคลเซียมและก็ธาตุฟอสฟอรัสสูงขึ้นยิ่งกว่าในเนื้อ – ดอก มีวิตามินเอ ธาตุแคลเซียมแล้วก็ธาตุฟอสฟอรัส มีวิตามินซีน้อย  -เม็ด มีแป้ง ธาตุฟอสฟอรัส โปรตีนและก็วิตามิน รวมถึงสารที่ชื่อว่า “คิวเคอร์บิติน” ฟักทองมิได้มีดีเพียงแค่เนื้อฟักทองสีเหลืองทองคำนะคะ เม็ดฟักทองเองก็ช่วยผ่อนคลายความเคลียดได้ดิบได้ดี น้ำมันฟักทองก็ช่วยทำนุบำรุงประสาท หรือแม้กระทั้งสิ้นเปลืองของฟักทองยังช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลืดให้อยู่ในระดับธรรมดาอีกด้วย ด้วยเหตุนี้ทดลองทานฟักทองจากหลายๆส่วนมอง รวมทั้งถ้าเกิดจะหั่นเนื้อฟักทองมาทำอาหาร บางครั้งก็อาจจะเหลือเปลือกบางๆเอาไว้ทานกรุบๆบ้างก็ได้ให้ได้ประโยชน์มากที่สุด

สรรพคุณของฟักทองมีมากมาย

  • ปกป้องการเกิดโรคนิ่ว
  • ช่วยฟื้นฟูกล้ามข้างหลังบริหารร่างกาย
  • ลดปริมาณน้ำตาลภายในเลือด ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด คุ้มครองป้องกันเบาหวาน
  • มีสารต้านอนุมูลอิสระ คราวช่วยลดการเสี่ยงสำหรับการเป็นโรคโรคมะเร็ง
  • ผักที่มีสีเหลืองออกส้ม ที่ช่วยทำนุบำรุง แล้วก็รักษาสายตา
  • บำรุงผิวพรรณให้เต่งตึง ชุ่มชื่นกระชุ่มกระชวย ชะลอรอยเหี่ยวย่น

แต่อย่างที่รู้กันดีว่าฟักทองให้ประโยชน์ก็จริงแต่ก็ยังให้โทษ การรับประทานไม่เหมาะสมก็เกิดโทษได้เช่นกัน เพราะว่าฟักทองมีฤทธิ์อ่อน ไม่เหมาะสมกับผู้มีกระเพาะร้อน

 

ประโยชน์และสรรพคุณงาขาว

 

ผักชีมีกี่ชนิด

หลายๆคนคงคุ้นเคยกับผักชี กันดีอยู่แล้ว แต่จะรู้ไหมว่าผักชีมีกี่ชนิด เพราะผักชีนั้นมีหลายชนิดมากเลยนะ  มีเยอะเสียจนแยกไม่ออก เวลาไปจ่ายตลาดก็เลือกซื้อไม่ถูกว่าผักชีแบบไหนจับคู่กับเมนูอาหารอะไร หรือผักชีแบบไหนเขานิยมนำมาตกแต่งอย่างเดียว ไม่เหมาะกับการทำอาหาร คงจะดีไม่น้อยถ้าหากรู้จักหน้าตาและแยกชนิดของผักชีออกใช่ไหมล่ะ

1. ผักชี
ผักชี ผักชีไทย ผักชีลา (Coriander / Cilantro) ภาคเหนือเรียก ผักหอมป้อม ภาคอีสานเรียก ผักหอมน้อย เป็นไม้ล้มลุกขนาดเล็ก ใบติดกับลำต้น ขอบใบหยักลึกเข้าหากลางใบ เป็นผักชีที่ใช้กว้างขวางที่สุด ทั้งใช้ใบแต่งกลิ่นอาหารไทย เช่น ลาบ ก้อย แกงจืด ต้มยำ หรือกินแกล้มกับสาคู ข้าวเกรียบปากหม้อ หรือไส้กรอกอีสาน นำมาสับใส่ลงในน้ำจิ้มหวาน เช่น น้ำจิ้มไก่ที่กินคู่กับเต้าหู้ทอด ส่วนรากของผักชีก็เอามาหมักเนื้อสัตว์ โดยโขลกกับกระเทียมและพริกไทย ปรุงรสด้วยเกลือ ต้มในซุปไก่ ซุปซี่โครงหมู ทำน้ำพริกแกงหลายชนิด เช่น แกงเผ็ด แกงคั่ว แกงมัสมั่น เป็นต้น ส่วนเมล็ดหรือลูกผักชี ใช้เป็นเครื่องเทศในแกงหลายชนิด เช่น แกงเผ็ด แกงเขียวหวาน แกงมัสมั่น แกงกะหรี่ เป็นต้น

2. ผักชีล้อม
ผักชีล้อม (Water Dropwort) ภาคกลางกับภาคเหนือ เรียกว่าผักอ้นหรืออ้นอ้อ (เชียงใหม่) และผักหนอกช้าง (น่าน) ใบแบนรี ขอบใบเป็นจักคล้ายฟันเลื่อย ดอกเป็นช่อสีขาว กลิ่นหอมฉุน ชอบขึ้นในที่ชื้นแฉะและน้ำตื้น เป็นพืชปรุงรสที่ให้กลิ่นฉุน มีรสร้อนแรง ยอดอ่อนนิยมใช้กินเป็นผักสดแกล้มกับน้ำพริก ขนมจีน ส้มตำ ยำ และลาบ หรือเอาไปทำอาหาร เช่น ยำผักชีล้อม ผักชีล้อมชุบแป้งทอด หรือนำไปตกแต่งโรยหน้าอาหารเช่นเดียวกับผักชี และยังสามารถนำมาทำกิมจิหรือผักดองเกาหลีได้อีกด้วย

3. ผักชีฝรั่ง
ผักชีฝรั่ง ผักชีใบยาว ผักหอมแป้น ผักชีใบเลื่อย ผักชีดอย ผักหอมเป หรือผักหอมเทศ (Culantro, Long Coriander, Sawtooth Coriande) ลักษณะเป็นใบรียาวและขอบหยัก ด้วยกลิ่นหอมฉุนจึงนิยมใช้แต่งกลิ่นอาหารคาว เช่น พวกลาบ ก้อย กุ้งฝอยเต้น ยำหนังหมู ซุปหน่อไม้ ซุปขนุน ต้มแซ่บ ซกเล็ก เป็นต้น หั่นหยาบๆ ใส่ในต้มยำ กินแกล้มในอาหารเวียดนาม เช่น เมนูเฝอ เป็นต้น

4. ผักชีลาว
ผักชีลาว (Dill) ใบเป็นเส้นฝอย กลิ่นหอม ดอกเป็นสีเหลือง เมล็ดแห้งใช้ทำยา ใช้ใบสดและใบแห้งโรยบนปลาเพื่อดับกลิ่นคาว ใส่ในแกงลาว อย่างเช่นแกงอ่อม แกงหน่อไม้ หรือใส่ในห่อหมก น้ำพริกปลาร้า เป็นต้น ส่วนประเทศทางตะวันตกนิยมชงผักชีลาวเป็นชาสมุนไพร โรยบนสลัดผักและมันฝรั่งบดเพื่อเพิ่มรสชาติ รวมถึงใช้แต่งรสและแต่งกลิ่นอาหาร 

เราก็ได้รู้กันแล้วว่า ผักชีมีกี่ชนิด ทีนี้เวลาจะเลือกผักชีไปทำอาหาร ก็ต้องเลือกให้เหมาะกับชนิดของอาหารที่เราจะทำด้วยนะ เพียงเท่านี้อาหารของเราที่ต้องมีผักชีก็คงจะน่าทานมากขึ้น

เส้นกรอบแกงคั่วสับปะรด

                    แกงคั่วสับปะรดเป็นอีกหนึ่งอาหารของไทย ที่คนโบราณช่างคิดค้นโดยการนำเอาผลไม้อย่างสับปะรดมาปรุงเป็นอาหารได้แสนอร่อย แถมยังได้รสชาติที่กลมกล่อมทั้งเปรี้ยวอมหวานของสับปะรดอีกด้วย ปกติแกงคั่วสับปะรดที่ปรุงกันมาแต่ดั้งเดิม มักจะใช้หอยแมลงภู่ หรือกุ้งสดเป็นตัวประกอบเสริมคุณค่าของอาหาร ส่วนวันนี้เรามาแปลงสูตรโดยการนำเส้นใหญ่มาทอดกรอบและทานคู่กับแกงคั่วสับปะรดหอยแมลงภู่เพิ่มรสชาติของอาหารพลิกแพลงและสามารถทำขายได้ด้วยค่ะ

สิ่งที่ต้องเตรียม

  1. เนื้อหอยแมลงภู่ 250 กรัม
  2. สับปะรด (เลือกลูกสีเขียวที่ยังไม่สุกมาก) แล้วหั่นเป็นชิ้นเล็ก
  3. หัวกะทิ 1 ถ้วย
  4. หางกะทิ 2 ถ้วย
  5. คนอร์ก้อน 1 ก้อน
  6. ใบมะกรูด ฉีก 5 ใบ
  7. น้ำมะขามเปียก, น้ำปลา, น้ำตาลทราย, น้ำตาลปี๊บ ใช้ปรุงรสตามชอบ
  8. เส้นใหญ่ 500 กรัม น้ำมันสำหรับผัดเส้นเล็กน้อย

วิธีทำ

  1. ทำความสะอาดหอยแมลงภู่ กระเทาะปุุ่มขาวๆ คล้ายหินปูนบนหอยออกโดยใช้มีด แล้วนำไปล้างสัก 3 น้ำ แล้วพักไว้ให้สะเด็ดน้ำ
  2. นำพริกชี้ฟ้าแห้งไปแช่น้ำ นำหัวหอมแดง ตะไคร้ ใบมะกรูด ข่า มาซอยและปอกเปลือกกระเทียมเตรียมไว้
  3. โขลกพริกชี้ฟ้าแห้งกับเกลือพอหยาบ ตามด้วยกระเทียม ตะไคร้ ข่า รากผักชี ใบมะกรูด เม็ดพริกไทยและกะปิ โขลกรวมกันให้ละเอียด
  4. นำหอยแมลงภู่ที่ทำความสะอาดแล้วมาลวกสุกพอประมาณจนฝาหอยเปิด แล้วแกะเนื้อหอยออกจากเปลือก และนำมาแกะเอาแต่เนื้อ
  5. นำสับปะรดมาปอกเปลือก แล้วหั่นเป็นสามส่วนโดยไม่เอาแกนสับปะรด จากนั้นนำสับปะรดมาหั่นเป็นชิ้นแล้วสับ จากนั้นบีบน้ำออกเพื่อให้แกงคั่วเข้มข้นและลดความเปรี้ยวจากสับปะรด
  6. ตั้งกระทะแล้วใส่หัวกะทิลงไป เคี่ยวให้กะทิแตกมัน แล้วก็ใส่พริกแกงคั่วลงไปผัดให้เข้ากัน พอเดือดจึงเติมหาง กะทิลงไป หลังจากนั้นจึงใส่สับปะรด แล้วคนจนส่วนผสมทุกอย่างเข้ากัน ตั้งทิ้งไว้จนเดือด
  7. เมื่อแกงเริ่มเดือดใส่คนอร์ซุปไก่ก้อน ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาล น้ำตาลปี๊บ หลังจากนั้นจึงใส่หอยแมลงภู่และใบมะกรูดฉีก พอเดือดตักแกงราดบนเส้นใหญ่ทอดกรอบ
  8. ตั้งกระทะใส่น้ำมันจนร้อน เอาเส้นใหญ่ลงไปทอดให้เหลืองกรอบแล้วพักทิ้งไว้บนจาน
  9. ตักแกงคั่วสับปะรดหอยแมลงภู่ราดลงบนเส้นใหญ่ที่ทอดไว้ พร้อมเสิร์ฟความอร่อย พร้อมรับประทาน