Menu Close

ใครคือคนที่สำคัญที่สุด.

 จริงๆตัวเราก็สำคัญมาก พระพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ว่า นัตถิ อัตตะ สะมัง เปมัง แปลว่า “รักใดเล่าจะเท่ารักตน

หรือถ้ามีใครบอกว่า พ่อแม่ก็สำคัญที่สุดนั้นก็ถูกเช่นกัน เพราะคงไม่มีใครคนไหนเกิดมาจากก่อไผ่ทุกคนนั้นต้องมีที่มาไปเสมอ สำนวนที่ว่าเกิดมาจากก่อไผ่ คงมีแต่ในสมัยพระนางยอพระกลิ่น สมันละครจักรๆ วงศ์ เท่านั้น แม้ว่าพ่อแม่ก็สำคัญมากแต่ในที่นี้อาตมภาพต้องเน้นไปที่คนที่เราปฎิสัมพันธ์ด้วย   คนที่สำคัญที่สุดคือ

“ คนที่อยู่ตรงหน้าเรา ทำไมคนที่อยู่ตรงหน้าเราจึงสำคัญที่สุด ก็เพราะมนุษย์เรานั้นพบเจอกันไม่บ่อยนัก ในชีวิตนี้มนุษย์ที่มาปฎิสัมพันธ์กันเหมือนไม้สองท่อน ที่ลอยมาคนละทิศคนละทางมาเจอกันกลางทะเล ทะเลนั้นแสนกว้างแต่ไม้สองท่อนยังคงไหลมาเจอกันได้ เมื่อไหร่มาเจอกันโครม แล้วในที่สุดก็จะไหลจากกันไป คงไม่มีไม้ท่อนไหนที่ไหลมาชนกันโครมแล้วอยู่ติดกันตลอดไป ชีวิตคนเราได้ไหลมาเจอพ่อกับแม่ อยู่ด้วยกันไม่กี่ปีพ่อแม่ก็ตายจากเราไป ไหลมาเจอสามีหรือภรรยาในดวงใจ อยู่กันไปไม่กี่ปีบางทีไม่ตายจากเขาก็จะจากเราไปเอง เพราะฉะนั้น วิถีชีวิตของมนุษย์ของเรานั้นจะเจอกันแค่ชั่วคราวเท่านั้น ถึงเราจะรักกันแค่ไหนจะดีต่อกันมากแค่ไหนก็ตามก็แค่ชั่วคราวเท่านั้น เพราะฉะนั้นเรามากันแค่ชั่วคราว ควรจะดูแลชั่วโมงอันแสนสั้นนั้นให้ดีที่สุด ให้เป็นชั่วคราวที่แสนงดงามที่สุด ถ้าเราโกรดใครสักคนนึงคนๆนั้นก็จะติดอยู่ในใจเราไปตลอดชีวิต ทุกคนเคยมีคนที่เรารู้สึกอิจฉาริษยาอยู่แล้ว คนที่เป็นเจ้ากรรมนายเวร แค่ได้เห็นชื่อก็ทานข้าวไม่อร่อยแล้ว มีเช่นนั้นบ้างไหม

บางทีเดินไปที่ชั้นวางรางเท้าเห็นรองเท้าคู่อริอยู่ข้างบน เรารีบหยิบลงมาวางข้างล่าง อย่างเธอต้องอยู่ข้างล่าง มีไหมแบบนี้ มีอยู่แล้ว จะปฎิเสธหรือจะรับเท่านั้นเอง ความรู้สึกไม่ดีต่อใครสักคนหนึ่ง จะบั่นทอนชีวิตเราไปทั้งชีวิต ดังนั้น เวลาเราไปพบเจอใคร ให้พยายามสร้างความประทับใจที่ดีต่อกันและกันไว้ เพราะเดี้ยวเราก็จากกันไปแล้ว ถ้ามัวแต่โกรธกัน มันจะเป็นความทรงจำที่ไม่ดีตลอดไป อาตมามีลูกศิษย์อยู่คนหนึ่ง อยู่ในแวดวงค์บันเทิง เขาเล่าว่า ทะเลาะกับเพื่อนเพราะแย่งกันทำรายการ มีนายคนละคน อยู่กันคนละบริษัทเคยเป็นเพื่อนรักกันมาก่อน แต่ต้องมาทะเลาะกันเพราะงานอย่างไรก็ดีแม้ภายนอกอาจจะดูเหมือนโกรธกันมาก แต่ในใจอยากคุยกันตลอดเวลาเพราะเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็ก แต่พอไปอยู่คนละบริษัทกลายเป็นคู่แข่งกัน ทะเลาะกันเพราะแย่งกันทำรายการโกรธกันอยู่หลายปีทุกครั้งที่ออกงานสังคมแล้วไปเจอกัน สองคนนี้อยากคุยกันมากก แต่ไม่กล้าเข้าไปทักเพราะต่างคนต่างมีทิฐิมานะ มีอยู่วันหนึ่งไปงานเลี้ยงรุ่น จับพลัดจับผลูต้องมานั่งโต๊ะเดียวกัน กินข้าวด้วยกัน จำเป็นต้องทักกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ คุยกันไปคุยกันมา ในที่สุดต่างคนต่างก็สารภาพออกมา 

นี่เธอรู้ไหม ฉันอยากคุยกับเธอมากๆ ทำไมเธอไม่เริ่มก่อน อีกคนก็บอกว่า “ฉันหนักกว่าเธออีกนะ ฉันรู้สึกสูญเสียบางสิ่งบางอย่างในชีวิตไป ก็รอว่าเมื่อไหร่เธอจะเริ่มก่อน ฉันพร้อมตลอดเวลา” เพียงแต่ไม่มีใครเริ่มก่อน วันรุ่งขึ้นมาก็เลยชวนกันไปทำบุญที่วัด ขอเริ่มชีวิตใหม่ให้มันงดงาม เกือบเสียเพื่อนไปทั้งชีวิต เรียนมาด้วยกันตั้งหลายปี ทะเลาะกันนิดเดียว แม้จะอยากคุยด้วยตลอดเวลา แต่มีสิ่งหนึ่งที่คอยขวางกั้นอยุ่นั้นคือทิฐิมานะ